Thaipat Institute

GRI Certified Training Partner นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556

รู้จัก    CG   ¦   ESG   ¦   CSR   ¦   CSV   ¦   SD   ¦   SE   ¦   SB

ข่าวประชาสัมพันธ์

ปีก่อนหน้า    ปีปัจจุบัน

สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะ Certified Training Partner ของ GRI ในประเทศไทย จะจัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านความยั่งยืน ในรายวิชา GRI Standards Certified Training Course (ระยะเวลา 2 วัน) ในวันพุธและพฤหัสบดีที่ 23-24 กันยายน 2569 (ข้อมูลเพิ่มเติม)

มาตรฐาน GRI กับความเข้าใจผิดเรื่องความยั่งยืน
ไทยติดอันดับประเทศที่มีการรายงานความยั่งยืนสูงสุด

 


สถาบันไทยพัฒน์เปิดตัว ReportLM เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระงานด้านธุรการที่เพิ่มขึ้นในการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพและความน่าเชื่อถือข้อมูล (อ่านต่อ)

 


เศรษฐกิจหมุนเวียนกำลังขยับจากเรื่องของการลดขยะ การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า หรือการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม ไปสู่คำถามที่ภาคธุรกิจต้องตอบให้ได้ชัดขึ้นว่า สิ่งที่องค์กรทำสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างไร สามารถวัดเป็นรายได้ ประสิทธิภาพ หรือผลตอบแทนได้หรือไม่ และหากต้องนำไปเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น จะมีมาตรวัดอะไรที่ทำให้เห็นความแตกต่างได้อย่างเป็นรูปธรรม (อ่านต่อ) External Link

Circular Economy จากเรื่องสิ่งแวดล้อม สู่มูลค่าธุรกิจที่วัดได้ External Link
• เอกสารนำเสนอ รู้จัก Global Circularity Protocol for Business
วีดิทัศน์ 'เครื่องมือวัดมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ'

 


บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ ประเมินรอยเท้าผลกระทบทางสังคม (Social Impact Footprint: SIF) ของโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อวัดผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชน (อ่านต่อ)

 


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) ติดอันดับ ESG100 ปี 69 และประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรก พร้อมเปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการพลิกฟื้นกลุ่ม ESG Turnaround เป็นปีที่สี่ ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 (อ่านต่อ)

ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 69
Thaipat adds 17 New Securities in ESG100 Universe
ไทยพัฒน์ ยืนหนึ่ง บทบาทผู้ประเมิน ESG สัญชาติไทย

 


'ESG100 Company ปี 2569'
พลตรี พัชร รัตตกุล (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) (HTC) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ประจำปี 2569 ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จาก นายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานกรุงเทพฯ นายเสนีย์ จิตตเกษม (คนกลาง) ประธานกรรมการ และ นายแพทย์อติรัชต์ จรูญศรี (คนขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) (SKR) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพฯ นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ (ที่สองจากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สองจากขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานขาย นอร์ทอีส รับเบอร์ กรุงเทพฯ นายอนุรัก ปานเดย์ (คนซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  (TSTH) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงาน บมจ.ทาทา สตีล (ประเทศไทย) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายเคียน ฮิน ลิม (คนขวา) ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายวรณัฐ เพียรธรรม (คนซ้าย) ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ นายสาธิต สุดบรรทัด (คนกลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) (DRT) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์ (ที่สองจากขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ อาคารสำนักงานพหลโยธินเพลส ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ (ที่สี่จากขวา) ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (TPIPP) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สี่จากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ สาทร กรุงเทพฯ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ (คนกลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) (TPIPL) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สามจากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ ทีพีไอ ทาวเวอร์ สาทร กรุงเทพฯ ดร.ณรงค์ ทัศนนิพันธ์ (ที่สองจากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) (SEAFCO) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สองจากขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บมจ.ซีฟโก้ ถ.พระยาสุเรนทร์ คลองสามวา กรุงเทพฯ นายอภิชาติ ธรรมมโนมัย (ที่สามจากซ้าย) ประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหาร และนายอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย (ที่สองจากซ้าย) กรรมการผู้อำนวยการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) (PB) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สามจากขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บมจ.เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ (คนขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ อาคารวิริยะถาวร ถ.สุทธิสารวินิจฉัย กรุงเทพฯ นายบดินทร์ เกษมเศรษฐ์ (ที่สองจากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (SICT) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สองจากขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายเอกราช พรรณสังข์ (คนขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (AAI) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บมจ. เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จ.สมุทรสาคร นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ (ขวาสุด) ประธานกรรมการบริษัท และ นางสุรีย์ จันทร์สวัสดิ์ (คนกลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ASIAN) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ซ้ายสุด) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บมจ. เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จ.สมุทรสาคร นายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ (คนขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ETC) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บมจ.เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล (ที่สองจากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (KCG) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สองจากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เขตพระโขนง กรุงเทพฯ นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล (คนขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (MPJ) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ บมจ. เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ สำนักงานกรุงเทพฯ นายไชยวัฒน์ กุลภัทรวาณิชย์ (คนซ้าย) กรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) (SITHAI) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) อาคารสำนักงานใหญ่ ถนนสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ นายณสุ จันทร์สม (ที่สองจากขวา) รองกรรมการผู้อำนวยการ และนายสุขวัฒก์ ภวสันต์ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC)  รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ประจำปี 2569 ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ที่ให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จาก นายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สองจากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ LH Fund อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายณสุ จันทร์สม (ที่สองจากขวา) รองกรรมการผู้อำนวยการ และนายสุขวัฒก์ ภวสันต์ (คนซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ประจำปี 2569 ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ที่ให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จาก นายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สองจากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ LH Fund อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล (ที่สองจากขวา) President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัท ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่สองจากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
สถาบันไทยพัฒน์ มอบประกาศนียบัตร “ESG100 Company ปี 2569” ให้แก่องค์กรที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.2569

หาดทิพย์
ศิครินทร์
นอร์ทอีส รับเบอร์
ทาทา สตีล (ประเทศไทย)
ไทยประกันชีวิต
ผลิตภัณฑ์ตราเพชร
ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์
ทีพีไอ โพลีน
ซีฟโก้
เพรซิเดนท์ เบเกอรี่
ซีเค พาวเวอร์
ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี
เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล
เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น
เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์
เคซีจี คอร์ปอเรชั่น
เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์
ศรีไทยซุปเปอร์แวร์
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล
แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป

 


สถาบันไทยพัฒน์ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน Webinar ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 สำหรับองค์กรสมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (SDC) ต่อแนวทางการจัดการโอกาสและความเสี่ยงเกี่ยวกับประเด็นด้าน ESG ในหัวข้อ Improving Corporate Resilience: Managing ESG-related Risks and Opportunities เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 (อ่านต่อ)

 


สถาบันไทยพัฒน์ จัดอบรมรายวิชา Double Materiality (ระยะเวลา 1 วัน) ในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ถ่ายทอดเนื้อหาและวิธีการประเมินทวิสารัตถภาพตามแนวทางในมาตรฐาน ESRS สำหรับผู้ที่มีวิชาชีพด้านความยั่งยืน และผู้ที่ต้องการพัฒนาวิชาชีพเพื่อการทำงานในสาขาความยั่งยืน (ข้อมูลเพิ่มเติม)

การพัฒนาความยั่งยืนจาก 'องค์กร' สู่ 'องค์รวม'
เหรียญ 2 ด้านของความยั่งยืน
หลักการชี้แนะสำหรับการรายงานความยั่งยืน

 


สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะ Certified Training Partner ของ GRI ในประเทศไทย จัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านความยั่งยืน ในรายวิชาการรายงานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐาน GRI "Reporting on Human Rights with GRI Standards" (ระยะเวลาครึ่งวัน) ในรูปแบบออนไลน์ ในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 13:00-16:30 น. โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจาก GRI โดยตรง (ข้อมูลเพิ่มเติม)

 


สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลง ทิศทาง ESG ปี 2569: Sustainability Red Flags และการเสวนาเรื่อง ‘Corporate Resilience in a Turbulent World’ ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลป์กรุงเทพฯ สี่แยกปทุมวัน ถนนพระราม 1 (รายละเอียด)

กำหนดการ
ข่าวประชาสัมพันธ์
เอกสารในช่วงการนำเสนอทิศทาง ESG ปี 2569
เอกสารในช่วงเสวนา Corporate Resilience in a Turbulent World

 


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของภาคธุรกิจ ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 2026 ESG Trends: Sustainability Red Flags ความหนา 36 หน้า เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรธุรกิจสามารถนำปัจจัยด้าน ESG มาใช้เป็นโอกาสในการแปลงรูปแบบธุรกิจให้มีเกราะป้องกันภายในตัวที่ดี พร้อมรับมือกับความผันผวนจากภายนอก และเพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่งสู่วันข้างหน้า

 


สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะหุ้นส่วนฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองจาก GRI จัดให้มีการอบรมในรายวิชา "Climate reporting with GRI and IFRS Standards" ระยะเวลาครึ่งวัน รูปแบบออนไลน์ ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เน้นให้ความรู้และการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการรายงานด้านสภาพภูมิอากาศด้วยมาตรฐาน GRI และ IFRS ซึ่งเป็นรายวิชาที่ GRI พัฒนาขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนและการทำงานร่วมกับ IFRS Foundation โดยผู้ที่ผ่านการอบรมในรายวิชาดังกล่าว จะได้รับประกาศนียบัตร (Certificate) จาก GRI โดยตรง (รายละเอียด)

 


สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน Thaipat ESG Rating ยืนหยัดการจัดระดับองค์กรที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจไทย ที่ไม่จำกัดเพียงบริษัทจดทะเบียน เตรียมพร้อมประเมิน ESG กิจการไทย เข้าสู่หลักพันแห่งในปี พ.ศ. 2569 นี้ (อ่านต่อ)

 


ปี ค.ศ. 2026 ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความยั่งยืนที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสามปัจจัย "Red Flags" ในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจเร่งการบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นในระดับประเทศและระหว่างประเทศ.. (อ่านต่อ)

 


สถาบันไทยพัฒน์ ตั้งหน่วยงาน Carbon Ratings พัฒนาข้อมูลบัญชีคาร์บอนของภาคธุรกิจ เพื่อการจัดระดับบริษัทจดทะเบียนด้านความสามารถทางภูมิอากาศ สำหรับผู้ลงทุนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน (อ่านต่อ)

Carbon Ratings: ตัวช่วยการลงทุนที่ใส่ใจภูมิอากาศ

 


สถาบันไทยพัฒน์ จัดตั้ง ศูนย์อุณหภิบาล สนับสนุนภาคธุรกิจรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พัฒนาเครื่องมือบริหารมลอากาศในขอบข่ายที่ 3 ที่ตอบโจทย์ทั้งการจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสผ่านห่วงโซ่การผลิต (อ่านต่อ)

ข่าวประชาสัมพันธ์
แนวร่วมอุณหภิบาล
ที่มาของการตั้งศูนย์อุณหภิบาล

 



สถาบันไทยพัฒน์ ได้รับการรับรองจากองค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (Global Reporting Initiative: GRI) ให้เป็น GRI Certified Training Partner นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556

ไทยพัฒน์เข้าเป็นหุ้นส่วนฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองจาก GRI
Thaipat Institute becomes the GRI Training Partner in Thailand
รายละเอียดหลักสูตรฝึกอบรม

 


สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศก่อตั้ง Transition School โรงเรียนเตรียมธุรกิจเพื่อการประกอบการที่ยั่งยืน ให้พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต ท่ามกลางความผันผวนทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมโลก (อ่านต่อ)

วาระ ESG : วาระของ ‘กรรมการพิชาน’
ไทยพัฒน์ ตอบโจทย์ความผันผวนโลก รุกตั้ง Transition School

 


สถาบันไทยพัฒน์ ได้เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารผ่าน LINE@ สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูล หรือต้องการรับข่าวสาร และติดตามความเคลื่อนไหวในงานด้านต่างๆ อาทิ หลักสูตรด้านความยั่งยืน บริการใน Sustainability Store งานบริการให้ความเชื่อมั่น (Assurance Service) ต่อรายงานแห่งความยั่งยืน ตามมาตรฐานสากล ฯลฯ
ท่านสามารถเพิ่มเพื่อนโดยระบุชื่อบัญชี LINE ID:
@thaipat หรือคลิกที่ปุ่ม Add Friends
เพิ่มเพื่อน

 






ก้าวสำคัญสู่รายงานความยั่งยืนขนาดย่อม ฉบับ SMEs


ในยุคปัจจุบัน ความยั่งยืนและแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจทั่วโลก การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนมิได้เป็นเพียงช่องทางสื่อสารที่สงวนสำหรับองค์กรขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่วาระที่ความคาดหวังตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ได้กลายเป็นความจำเป็นในการทำธุรกิจที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้


อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs มักต้องเผชิญกับความท้าทายพื้นฐานสำคัญ นั่นคือ "ทำอย่างไรจึงจะสามารถมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีความหมาย โดยไม่สร้างภาระทางการบริหารและงบประมาณที่มากเกินตัว" เนื่องจากกรอบการรายงานความยั่งยืนที่มีอยู่ มักมีความซับซ้อน ออกแบบมาสำหรับบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ และต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการเก็บรวบรวมข้อมูล

เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงเกิดการพัฒนามาตรฐานการรายงานความยั่งยืนภาคสมัครใจ สำหรับ SMEs หรือ Voluntary SME Sustainability Reporting Standard (VSME) ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มที่ปรึกษาการรายงานทางการเงินแห่งยุโรป (EFRAG) ตามคำขอของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) สำหรับเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง เข้าถึงง่าย และเหมาะสมกับศักยภาพของ SMEs

โครงสร้างของมาตรฐาน VSME
การพัฒนามาตรฐาน VSME มิได้ใช้วิธีคัดลอกกรอบการรายงานเดิมมาใช้งาน แต่เป็นการนำเสนอ "โมเดลตามสัดส่วน" (Proportionate Model) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มิได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

โครงสร้างของ VSME Standard แบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก (Two-tier Structure) เพื่อเปิดโอกาสให้ SMEs สามารถเลือกเปิดเผยข้อมูลได้ตามความพร้อมและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งประกอบด้วย

① Basic Module (โมเดลระดับพื้นฐาน): เหมาะสำหรับ SMEs ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางความยั่งยืน โดยเน้นตัวชี้วัดพื้นฐานที่สำคัญและเก็บรวบรวมข้อมูลได้ง่าย
② Comprehensive Module (โมเดลระดับครอบคลุม): เหมาะสำหรับ SMEs ที่มีความพร้อมและต้องการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกในรายละเอียด เพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้าทางธุรกิจหรือนักลงทุน

การออกแบบในลักษณะแยกส่วน (Modular Design) ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือก ระดับการรายงาน ที่สอดคล้องกับศักยภาพภายในองค์กร และความคาดหวังของคู่ค้าภายนอกได้อย่างลงตัว เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะมีขนาดกิจการเล็กหรือใหญ่เพียงใด

ความแตกต่างและจุดเด่นของมาตรฐาน VSME
สิ่งที่ทำให้มาตรฐาน VSME มีความแตกต่างจากกรอบการรายงานความยั่งยืนอื่น คือ การทำความเข้าใจและยึดเอาบริบทความเป็นจริงของ SMEs เป็นศูนย์กลาง ทำให้เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายและนำไปปฏิบัติจริงได้ตั้งแต่วันแรก โดยมีคุณลักษณะเด่น 3 ประการ คือ

☑ มีความสมส่วน (Proportionate): ปรับระดับความเข้มข้นให้เหมาะสมกับขนาดองค์กรและทรัพยากรที่มีอยู่จริง
☑ เข้าถึงง่าย (Accessible): ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และมีคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน
☑ มีความยืดหยุ่น (Flexible): สามารถปรับให้เข้ากับความมุ่งมั่นและความช่ำชองของแต่ละบริษัทได้อย่างอิสระ

ที่สำคัญ มาตรฐาน VSME ถือเป็นกรอบการรายงานความยั่งยืนสำหรับ SMEs ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ มีความสอดคล้องทางกฎหมาย และเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีข้อบังคับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ที่กิจการ SMEs จะได้รับ
เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นวาระสากล SMEs จึงมักได้รับคำขอข้อมูลด้าน ESG จากหลายฝ่ายพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทคู่ค้าขนาดใหญ่ ธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อ หรือนักลงทุน ทว่าคำขอข้อมูลเหล่านี้ มักมีรูปแบบ ปริมาณ และโครงสร้างที่แตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดความซับซ้อน ยุ่งยาก และสร้างภาระซ้ำซ้อนให้กับธุรกิจขนาดเล็ก

มาตรฐาน VSME ได้เข้ามาจัดการกับปัญหานี้ด้วยการเป็นกรอบการรายงานเดียวที่มีมาตรฐานสอดคล้องกัน ช่วยให้ SMEs ไม่ต้องคอยตอบแบบสอบถามที่เป็นเบี้ยหัวแตก แต่สามารถใช้วิธีการรายงานที่เป็นระบบเพียงวิธีเดียว ซึ่งช่วยประหยัดเวลา ลดความสับสน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เปลี่ยนความกระจัดกระจาย สู่ความเป็นเอกภาพ

ทั้งนี้ การนำมาตรฐาน VSME มาใช้ในองค์กร ก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม 5 ด้าน ได้แก่

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Efficiency Gains): ประหยัดเวลาและทรัพยากรด้วยการรายงานข้อมูลความยั่งยืนที่เป็นรูปแบบมาตรฐานสากล
ประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Informed Decision-Making): ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของความเสี่ยงและโอกาสใหม่ ๆ ในเชิงธุรกิจ ทำให้วางแผนกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ
เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Enhanced Access to Finance): สถาบันการเงินและนักลงทุนต่างนำปัจจัย ESG มาใช้ประกอบการอนุมัติสินเชื่อและการลงทุน การมีข้อมูลมาตรฐานจึงช่วยเพิ่มโอกาสการได้รับการสนับสนุนทางการเงิน
ความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน (Flexible Commitment): แสดงออกถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนได้ตามความพร้อมและจังหวะก้าวของตนเอง โดยไม่ถูกกดดัน
สร้างความน่าเชื่อถือในภาพรวม (Greater Credibility): ยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในสายตาของลูกค้า คู่ค้า สถาบันกำกับดูแล และสังคม

ข้อได้เปรียบสำคัญ คือ ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้โดยไม่ยัดเยียดแนวทางแบบขนาดเดียวใช้ได้กับทุกคน (One-size-fits-all) เพราะมาตรฐาน VSME มีเจตนาที่จะออกแบบเพื่อให้มีความกระชับ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ โดยไม่สร้างภาระงานเอกสาร หรือภาระค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

การมีมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนเฉพาะสำหรับ SMEs จึงมิใช่แค่เรื่องของการลดทอนความซับซ้อนให้ง่ายลงเท่านั้น แต่คือ การสร้างให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง (Enabling Impact at Scale) โดยที่มาตรฐาน VSME ได้นำเสนอแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม ทั้งด้านความโปร่งใสในการดำเนินงาน และด้านการนำไปปฏิบัติได้จริงในทางธุรกิจ ที่สามารถเดินหน้าควบคู่ไปพร้อมกัน


[Original Link]



หาดทิพย์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9

พร้อมนำ SIF ประเมินผลกระทบโครงการบริหารจัดการน้ำชุมชน


บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) (HTC) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือ “โคคา-โคล่า” ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน 931 หลักทรัพย์ โดยสถาบันไทยพัฒน์ ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจของหาดทิพย์ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตขององค์กร ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี


พลตรี พัชร รัตตกุล (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) (HTC) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ประจำปี 2569 ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จาก นายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานกรุงเทพฯ

พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราอยู่กับคนใต้มานานเกือบ 60 ปี และเชื่อมาตลอดว่าธุรกิจจะเติบโตคนเดียวไม่ได้ ชุมชนรอบตัวเราก็ต้องเติบโตไปด้วยกัน”

นอกจากนี้ หาดทิพย์ยังร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ ประเมินรอยเท้าผลกระทบทางสังคม (Social Impact Footprint: SIF) ของโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อวัดผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชน และนำข้อมูลมาประกอบการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป ผลการประเมินพบว่า โครงการครอบคลุมประชากร 947 คน จาก 289 ครัวเรือน ช่วยให้ชุมชนเข้าถึงน้ำสะอาดในราคาที่ลดลงประมาณสองในสาม และสามารถบริหารจัดการระบบน้ำได้ด้วยตนเอง


พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) (HTC) รับมอบประกาศนียบัตร Social Impact Footprint จากนายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์

การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ควบคู่กับการนำเครื่องมือประเมินผลกระทบมาใช้ในการดำเนินงาน สะท้อนความตั้งใจของหาดทิพย์ในการพัฒนาธุรกิจและการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติม
คุณศิตา ศิริศักดิพร
โทรศัพท์: 02-930-5227 โทรสาร: 02-930-5228
อีเมล: info@thaipat.org



[ข่าวประชาสัมพันธ์]



แนะนำ TCAF: เครื่องมือกำกับติดตามก๊าซเรือนกระจกแฝงจากกิจกรรมทางการเงิน


ในการดำเนินธุรกิจยุคปัจจุบัน ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญหลักในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ของภาคการเงินและสถาบันการเงินทั่วโลก การประเมินและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มิได้จำกัดอยู่เพียงกิจกรรมทางตรงขององค์กร เช่น การใช้ไฟฟ้าหรือน้ำมันเชื้อเพลิงในสำนักงาน (Scope 1 และ Scope 2) อีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมไปถึงกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่า (Scope 3) โดยเฉพาะหมวดที่ 15 มลอากาศที่สืบเนื่องจากการลงทุนและการให้สินเชื่อ (Financed Emissions) ซึ่งนับเป็นปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่ที่สุดของกลุ่มสถาบันการเงินและบริษัทจัดการลงทุน

สถาบันการเงินไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บริษัทประกันภัย หรือกลุ่มธุรกิจโฮลดิ้ง (Holding Company) สภาพการดำเนินงานหลัก คือ การจัดสรรเงินทุน การให้สินเชื่อ และการลงทุนในกิจการต่าง ๆ แม้ว่าสำนักงานของสถาบันการเงินจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่มาก แต่ "เม็ดเงิน" ที่ส่งผ่านไปยังธุรกิจต่าง ๆ เหล่านั้น กลับนำไปสู่การเกิดก๊าซเรือนกระจกแฝงในปริมาณมหาศาล มลอากาศแฝงดังกล่าวนี้ ถูกเรียกว่า Financed Emissions

ปัจจุบัน กรอบการรายงานและมาตรฐานสากล เช่น GHG Protocol และ PCAF (Partnership for Carbon Accounting Financials) รวมถึงกรอบเป้าหมาย SBTi (Science Based Targets initiative) สำหรับสถาบันการเงิน ได้ผลักดันให้องค์กรภาคการเงินต้องเปิดเผยข้อมูลและกำหนดเป้าหมายการลดมลอากาศแฝงอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเกณฑ์การรายงานด้านความยั่งยืนยุคใหม่ เช่น มาตรฐาน IFRS S2 (พัฒนาขึ้นจาก TCFD) และ ESRS E1 ต่างกำหนดให้การวัดและเปิดเผยข้อมูล Scope 3 Financed Emissions เป็นสิ่งจำเป็น

ความท้าทายสำคัญที่สถาบันการเงินไทยต้องเผชิญในการประเมิน Financed Emissions คือ การจัดหาข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของลูกหนี้หรือบริษัทที่ไปลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (Non-listed Companies) หรือลูกหนี้ขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ซึ่งยังขาดแคลนข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ส่งผลให้การคำนวณและรายงานข้อมูล Scope 3 เป็นไปได้อย่างยากลำบากและไม่ครอบคลุม


เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านข้อมูลและช่วยให้ภาคการเงินไทยสามารถประเมิน Financed Emissions ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล สถาบันไทยพัฒน์ ได้พัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า TCAF (Thaipat Carbon Attribution Factors) ซึ่งเป็นค่าดัชนีชี้วัดสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรธุรกิจต่อมูลค่ากิจการ โดยคำนวณจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (Scope 1-3) ขององค์กร หารด้วยมูลค่ากิจการรวมเงินสด หรือ EVIC (Enterprise Value Including Cash) โดยมีหน่วยการคำนวณเป็น ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อล้านบาท

จุดเด่นที่ TCAF เข้ามาแก้ปัญหา คือ การรวมค่าสัดส่วนระหว่าง (ปริมาณคาร์บอนของบริษัท / EVIC) ไว้เป็นค่าปัจจัยสำเร็จตามกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry / Sector Specific) ดังนั้น สถาบันการเงินหรือผู้ลงทุนจึงต้องการข้อมูลเพียง "จำนวนเงินที่ให้กู้หรือจำนวนเงินที่ไปลงทุน" ก็สามารถนำมาคูณกับค่า TCAF Factor เพื่อหาปริมาณ Financed Emissions ในพอร์ตการลงทุนได้ทันที

การประยุกต์ใช้ TCAF จึงช่วยลดความยุ่งยาก ลดภาระการจัดเก็บข้อมูลจากลูกหนี้ และช่วยให้สถาบันการเงินรับรู้ขอบข่ายมลอากาศแฝง Scope 3 หมวด 15 ของตนเองได้ในทันที

อย่างไรก็ดี หากสถาบันการเงินใช้ TCAF เป็นเครื่องมือคัดกรองเชิงลบ (Negative Screening) เพื่อบริหารจัดการความยั่งยืน โดยเลือกปล่อยสินเชื่อหรือลงทุนเฉพาะบริษัทที่มีค่า TCAF ต่ำ (ปล่อยคาร์บอนน้อย) และปฏิเสธบริษัทที่มีค่า TCAF สูง อาจไม่ได้ช่วยให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกในโลกจริงลดลง เนื่องจากบริษัทที่ปล่อยคาร์บอนสูงยังคงดำเนินกิจกรรมแบบเดิมต่อไป

เครื่องมือ TCAF จึงต้องใช้ควบคู่กับเครื่องมือ S3ER (Scope 3 Emission Reduction) ซึ่งได้นำเสนอในบทความตอนที่แล้ว สำหรับเป็นแนวทางในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Transition) โดยสถาบันการเงินสามารถใช้ข้อมูล TCAF ในการชี้เป้าอุตสาหกรรมเป้าหมาย แล้วพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financial Products) เช่น สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี (Transition Loans) หรือการออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds) เข้าไปสนับสนุนและช่วยเหลือลูกหนี้ในกลุ่มที่มีคาร์บอนสูง ให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) ลงได้

TCAF จึงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่เข้ามาปลดล็อกข้อจำกัดในการกำกับติดตามก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางการเงิน (Financed Emissions) สำหรับภาคการเงินไทย ช่วยเปลี่ยนงานบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นกระบวนการที่สามารถวัดผลได้ นำไปรายงานได้อย่างสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (PCAF, SBTi, IFRS S2) และที่สำคัญที่สุด สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคการเงินไทยให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนและสินเชื่อ มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ได้อย่างยั่งยืน




[Original Link]