Triple Dividend Projects
แนวทาง การปันผลสามประโยชน์ของความพร้อมผัน (Triple Dividend of Resilience หรือ TDR) ได้จำแนกและรวบรวมมูลค่าที่แตกต่างกันสามส่วน ประกอบด้วย การหลีกเลี่ยงความสูญเสีย (ปันผลส่วนที่หนึ่ง) การก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือการพัฒนา (ปันผลส่วนที่สอง) และผลประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม (ปันผลส่วนที่สาม) ซึ่งใช้ประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนทางธุรกิจ แนวทางนี้ใช้กรอบการวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ และเหมาะสำหรับการวิเคราะห์ศักยภาพในการปรับตัว (Adaptation) ที่ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่โครงการ แผนงาน ไปจนถึงการปฏิรูปนโยบาย
แนวคิดเรื่องการปันผลประโยชน์สามส่วนนี้มิได้เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เช่น ตัวอย่างโครงการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ มีผลประโยชน์ที่ไม่จำกัดเพียงการหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ซึ่งเป็นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ของโครงการเหล่านี้ จึงควรให้ค่ากับประโยชน์เพิ่มเติมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าภัยคุกคามทางภูมิอากาศนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม
ปันผลส่วนแรกของการสร้างความพร้อมผัน คือ การรักษาชีวิตและหลีกเลี่ยงความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเหตุผลพื้นฐานและแรงจูงใจร่วมสำหรับการลงทุนด้านการปรับตัว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนว่าผลกระทบทางภูมิอากาศจะเกิดขึ้นเมื่อใด หรือจะเกิดขึ้นหรือไม่ อาจทำให้การตัดสินใจลงทุนกรณีนี้ขาดแรงดึงดูด ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพิจารณาประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่จับต้องได้ทันทีจากการปันผลส่วนที่สองและสาม ซึ่งได้ประโยชน์แม้ในช่วงที่ไม่มีภาวะวิกฤต
ปันผลส่วนที่สองของการสร้างความพร้อมผัน เกี่ยวข้องกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ถูกกระตุ้นจากการลงทุนด้านการปรับตัว ไม่ว่าผลกระทบทางภูมิอากาศจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม การลดและจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ดีขึ้น จะช่วยให้ครัวเรือน กิจการห้างร้าน และรัฐบาล ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ สร้างงาน และเพิ่มมูลค่าที่ดินและทรัพย์สิน ฯลฯ ต้นทุนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ค่าประกันภัย การป้องกันน้ำท่วม หรือระบบสำรองพลังงาน จะลดลงจากการลงทุนด้านการปรับตัว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจให้สูงขึ้น ปันผลส่วนที่สองนี้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งหมายความว่ามูลค่าที่เป็นตัวเงินขององค์ประกอบต่าง ๆ สามารถประมาณการได้โดยใช้ราคาตลาด
ปันผลส่วนที่สามของการสร้างความพร้อมผัน เกี่ยวข้องกับประโยชน์เพิ่มเติมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับจากการดำเนินโครงการ เช่น คันกั้นน้ำท่วมที่ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ชุ่มน้ำป้องกันน้ำท่วมที่ให้ประโยชน์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ที่หลบภัยพายุที่ใช้งานเป็นลานกิจกรรมสำหรับชุมชน หรือการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคมในย่านต่าง ๆ ที่ปลอดจากผลกระทบของเกาะความร้อนในเมือง (ปรากฏการณ์ที่พื้นที่ใจกลางเมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอกอย่างมีนัยสำคัญ) ปันผลส่วนที่สามนี้ ต่างจากส่วนแรกและส่วนที่สอง ตรงที่ถูกเรียกว่า "ผลกระทบภายนอก" (Externalities) เนื่องจากมักไม่ได้ถูกประเมินมูลค่าในทางเศรษฐกิจ แต่จะประเมินผ่านเทคนิคต่าง ๆ เช่น การประเมินมูลค่าความพึงพอใจ (Contingent Valuation) หรือการกำหนดราคาตามความรู้สึก (Hedonic Pricing)
การประมาณการปันผลครบทั้งสามส่วน จะช่วยให้เห็นถึงผลดีที่เกิดขึ้น แม้ภัยพิบัติทางภูมิอากาศจะมิได้เกิดขึ้น การละเลยปันผลส่วนที่สองและสามนี้ หมายถึง การมองข้ามประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การสร้างงาน การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น คุณภาพอากาศและน้ำ ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้น โอกาสด้านนันทนาการ ความหลากหลายของสายพันธุ์และพืชคลุมดิน โอกาสทางการศึกษา การประหยัดพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางสังคม ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ มักจะมีมูลค่าเท่ากับหรือสูงกว่ามูลค่าของความสูญเสียที่หลีกเลี่ยงได้
แนวทางการปันผลสามประโยชน์ของความพร้อมผัน สามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับการลงทุนของภาคเอกชนในการปรับตัว โดยช่วยกำหนดมาตรฐานต้นทุน ผลประโยชน์ และตัวชี้วัดในระดับโครงการ ซึ่งทำได้โดยการใช้ข้อมูลระดับโครงการเพื่อเปรียบเทียบผลประโยชน์สุทธิแยกตามประเภทของปันผล กับต้นทุนโครงการที่ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์เหล่านั้น












