กรุงศรี ติดทำเนียบ ESG100 เป็นปีที่ 11
มุ่งสู่การเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (ชื่อย่อหลักทรัพย์ “BAY”) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2569 โดยสถาบันไทยพัฒน์

นายเคนอิจิ ยามาโตะ (คนกลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต (คนซ้าย) ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถ.พระราม 3 กรุงเทพฯ
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กรุงศรีได้รับการจัดอันดับใน ESG100 ประจำปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนถึงการยอมรับจากผู้ประเมินอิสระด้านความยั่งยืน ในฐานะที่กรุงศรีเป็นสถาบันการเงินที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่บูรณาการเข้ากับ 2 ยุทธศาสตร์หลัก คือ “ความยั่งยืน” และ “การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค” เพื่อเดินหน้าบรรลุเป้าหมายการเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน”
ในปี 2569 กรุงศรีได้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยมีการปรับเพิ่มเป้าหมายการสนับสนุนด้านการเงินแก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเป็น 350,000 ล้านบาทภายในปี 2573 ครอบคลุมด้านการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่แนวปฏิบัติที่ยั่งยืน
รวมทั้งยังได้พัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของผู้ประกอบการ SME พร้อมทั้งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางการเงินและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางทั้งผู้ประกอบการ SME และลูกค้ารายย่อยที่ประสบปัญหาการชำระคืนหนี้ ผ่านโครงการ คุณสู้ เราช่วย”
ทั้งนี้ การจัดระดับของสถาบันไทยพัฒน์ พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน โดยในปี 2569 ได้ทำการคัดเลือกจากหลักทรัพย์จดทะเบียน จำนวน 931 บริษัท
สถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่อง
การจัดระดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนโดยสถาบันไทยพัฒน์ เป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI
ข้อมูลเพิ่มเติม
คุณศิตา ศิริศักดิพร
โทรศัพท์: 02-930-5227 โทรสาร: 02-930-5228
อีเมล: info@thaipat.org
[ข่าวประชาสัมพันธ์]
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (ชื่อย่อหลักทรัพย์ “BAY”) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2569 โดยสถาบันไทยพัฒน์

นายเคนอิจิ ยามาโตะ (คนกลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต (คนซ้าย) ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 Company ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ประจำปี 2569 จากนายพิพัฒน์ ยอดพฤติการ (คนขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ณ สำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถ.พระราม 3 กรุงเทพฯ
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กรุงศรีได้รับการจัดอันดับใน ESG100 ประจำปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนถึงการยอมรับจากผู้ประเมินอิสระด้านความยั่งยืน ในฐานะที่กรุงศรีเป็นสถาบันการเงินที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่บูรณาการเข้ากับ 2 ยุทธศาสตร์หลัก คือ “ความยั่งยืน” และ “การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค” เพื่อเดินหน้าบรรลุเป้าหมายการเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน”
ในปี 2569 กรุงศรีได้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยมีการปรับเพิ่มเป้าหมายการสนับสนุนด้านการเงินแก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเป็น 350,000 ล้านบาทภายในปี 2573 ครอบคลุมด้านการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่แนวปฏิบัติที่ยั่งยืน
รวมทั้งยังได้พัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของผู้ประกอบการ SME พร้อมทั้งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางการเงินและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางทั้งผู้ประกอบการ SME และลูกค้ารายย่อยที่ประสบปัญหาการชำระคืนหนี้ ผ่านโครงการ คุณสู้ เราช่วย”
ทั้งนี้ การจัดระดับของสถาบันไทยพัฒน์ พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน โดยในปี 2569 ได้ทำการคัดเลือกจากหลักทรัพย์จดทะเบียน จำนวน 931 บริษัท
สถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่อง
การจัดระดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนโดยสถาบันไทยพัฒน์ เป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI
ข้อมูลเพิ่มเติม
คุณศิตา ศิริศักดิพร
โทรศัพท์: 02-930-5227 โทรสาร: 02-930-5228
อีเมล: info@thaipat.org
[ข่าวประชาสัมพันธ์]











