6 ทิศทาง ESG ปี 2569: Sustainability Red Flags
ทิศทางที่ 1
ESG Backlash: การตีกลับด้านความยั่งยืน
ในปี 2569 กิจการในไทย จะมีการทบทวนจุดยืนในเรื่อง ESG ใหม่ สถาบันการเงินจะถอนการผูกมัดตนเองกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ด้วยเงื่อนไขแวดล้อมที่ไม่สามารถดำเนินการได้ บริษัทส่วนหนึ่งจะยกเลิกการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยศาสตร์ทางภูมิอากาศกับหน่วยงาน SBTi (Science Based Targets initiative) ด้วยข้อจำกัดทางข้อมูลที่มีความยุ่งยาก รวมทั้งจะมีการปรับทิศทางการดำเนินงานเรื่อง ESG ที่เน้นให้เกิดประโยชน์ในระยะสั้น แทนการหวังผลในระยะยาว
ทิศทางที่ 2
Climate-driven Recession: ภาวะ(เศรษฐกิจ)ถดถอยจากสภาพภูมิอากาศ
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เลื่อนสถานะจากภัยคุกคามในอนาคต มาเป็นภัยคุกคามในปัจจุบัน เกษตรกรได้รับผลกระทบจากผลผลิตที่เสียหาย ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่แพงขึ้น ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการจัดส่งสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกำหนด ทำให้กิจการจะมีการดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจโดยผนวกปัจจัยด้านภูมิอากาศ ความสามารถในการรับมือกับวิกฤตน้ำ และการพึ่งพิงธรรมชาติ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างต้นทุน ระดับความเสี่ยง กระแสการลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน สำหรับการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันในอนาคต
ทิศทางที่ 3
Nature Call: การทวงถามจากธรรมชาติ
กิจการที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ จะแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวกับธรรมชาติ การพึ่งพาบริการจากระบบนิเวศ และผลกระทบต่อธรรมชาติ ซึ่งสามารถส่งผลต่อมูลค่าองค์กร ผ่านการเปลี่ยนแปลงของรายได้ โครงสร้างต้นทุน การเข้าถึงแหล่งทุน และมูลค่าตราสินค้า รวมถึงสามารถอธิบายถึง การปรับตัวของธุรกิจต่อความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ หรือต่อความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่เกี่ยวกับธรรมชาติในการช่วยเสริมสร้างมูลค่าในระยะยาวของกิจการ
ทิศทางที่ 4
Value Chain Challenges: ความท้าทายในห่วงโซ่คุณค่า
กิจการที่มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) จะคิดวิธีดำเนินการกับคาร์บอนในฐานะปัจจัยด้านผลิตภาพ (Factor of Productivity) ที่ช่วยเชื่อมโยงการลดก๊าซเรือนกระจกเข้ากับการสร้างมูลค่า ภาวะพร้อมผัน และขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงการริเริ่มปรับแนวนโยบายองค์กรให้สอดรับกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ ตลอดจนการยกระดับวิธีดำเนินงานด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผลักดันการเติบโตที่ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
ทิศทางที่ 5
Governance under Constraint: ธรรมาภิบาลภายใต้ขีดจำกัด
ความท้าทายหลักต่อการดำเนินงาน ESG มิใช่เรื่องที่ซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจะเลือกได้ แต่เป็นเรื่องของการทำอย่างคัดสรรและมีวินัย ในปี 2569 กิจการจะเพิ่มความกระชับในการตรวจสอบดูแล การจัดลำดับความสำคัญกับความเสี่ยงและโอกาสที่เป็นสาระสำคัญต่อธุรกิจ และทำให้แน่ใจว่าความพยายามในการกำกับดูแลและการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน จะช่วยเสริมความเชื่อมั่น ความพร้อมผัน (Resilience) ในระยะใกล้ และการสร้างมูลค่าในระยะยาว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่แยกส่วนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทิศทางที่ 6
Disclosure Gap: ช่องว่างการเปิดเผยข้อมูล
จากข้อจำกัดที่มาตรฐานการรายงานความยั่งยืนไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ส่งผลให้การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับกิจการ มีลักษณะกระจัดกระจายและแตกต่างกัน ทำให้ธุรกิจที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียต่อการใช้ข้อมูล ESG ของกิจการ จะมีแนวทางการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนโดยใช้การวิเคราะห์ประเด็นสาระสำคัญตามบริบทของกิจการ มีการจัดทำดัชนีข้อมูลที่อิงตามมาตรฐานการรายงานที่เกี่ยวข้อง และมีการวางแนวเนื้อหาให้สอดคล้องกับเกณฑ์ประเมินของหน่วยงานผู้ประเมินซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง











